Q-STAR TOUR DIVIDE
ลูกกอล์ฟ Q-STAR TOUR DIVIDE มาพร้อมเปลือกแบบเคลือบเงา 50/50 แบบใหม่ พร้อมเคลือบ Spin Skin+ และสีสันสดใสใหม่ล่าสุด ลูกกอล์ฟแบบ 3 ชั้น มาพร้อมกับวัสดุยูรีเทนแบบเดียวกับลูกกอล์ฟ Q-STAR TOUR รุ่นคลาสสิก และเทคโนโลยีที่มอบประสิทธิภาพเดียวกัน เปลือกแบบ 50/50 อันเป็นเอกลักษณ์ของ DIVIDE ยังช่วยให้มองเห็นการสปินได้ชัดเจน และช่วยให้การจัดแนวในการพัตต์ง่ายกว่า
ราคา 1,600 บาท 1,440 บาท
Color : Yellow/Orange, White/Lime Green

Q-STAR TOUR นำระยะในระดับทัวร์ การสปิน และความรู้สึกสำหรับสปีดในการสวิง ด้วยเปลือกยูริเทนแบบบางเฉียบที่ผลิตจากสารชีวมวลการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ยังคงให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ที่จะช่วยลดสกอร์ของคุณ


50/50 Visual Performance
Effect สีเมื่อมีการสปินของ DIVIDE ช่วยให้คุณมองเห็นระดับและอัตราการสปินของเวดจ์ได้อย่างง่ายดาย ขณะที่คุณปรับมุมหน้าไม้และความเร็วในการสวิง และเส้นแบ่งแบบ 360° ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ DIVIDE ช่วยให้คุณเล็งและควบคุมการพัตต์บนกรีนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
NEW GLOSSY 50/50 COVER WITH BIOMASS

50/50 เพื่อการหมุน การสัมผัส และการควบคุมที่ยอดเยี่ยมข้างกรีนจากลูกกอล์ฟระดับทัวร์ เคลือบ SPIN SKIN+ ใหม่ ผิวเคลือบที่บางและพรีเมียมใหม่นี้ยังผลิตจากชีวมวล ซึ่งเป็นวัสดุที่ทนทานและได้จากพืช ซึ่งลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต เพื่อความใส่ใจและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

FastLayer Core
Q-STAR TOUR DIVIDE โดดเด่นด้วย FastLayer อันเป็นเอกลักษณ์ มีการเรียงชั้นเนื้อสัมผัสจากตรงกลางที่นุ่มไปจนถึงขอบที่แข็ง ทำให้ตีได้ไกลและตรงขึ้นเมื่อใช้ไม้กอล์ฟที่มีองศาหน้าไม้ต่ำ และให้ความรู้สึกนุ่มนวลน่าพอใจเมื่อใช้เหล็กและเวดจ์ นี่คือพลังแห่งระยะทางและความแม่นยำในการเล่นลูกสั้น ในลูกกอล์ฟระดับทัวร์ที่นุ่มที่สุดเท่าที่เราเคยผลิตมา

NEW Spin Skin+ Coating
เปลือกเคลือบเงารุ่นใหม่ล่าสุดจาก DIVIDE ยังช่วยให้เราสามารถนำเทคโนโลยี Spin Skin+ มาใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Q-STAR TOUR DIVIDE ได้เป็นครั้งแรกสารเคลือบ Spin Skin+ ที่ทนทาน เกาะร่องหน้าไม้ของเวดจ์และเหล็ก ช่วยเพิ่มสปินเพื่อการควบคุมและพลังการหยุดที่ดีขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความทนทานของเปลือกลุกกอล์ฟต่อสิ่งสกปรกและคราบต่างๆ

338 Speed Dimple Pattern
รอยบุ๋มแบบ 338 Speed Dimple บนลูกกอล์ฟ Q-STAR TOUR ช่วยปรับปรุงหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อประสิทธิภาพการลอยที่ดีขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านที่ต่ำลงช่วยให้ลูกกอล์ฟตัดผ่านอากาศได้โดยมีแรงต้านน้อยลง ส่งผลให้การตีได้ระยะที่ดีขึ้นและวิถีตรงยิ่งขึ้น








